Study & Work เรียนไปทำงานไป พิเศษ 2 ต่อ จาก IEC Abroad

การเรียนไปทำงานไปที่ต่างประเทศอาจจะป็นความฝันของใครหลายๆคนที่ต้องการอยากจะไปเรียนที่ต่างประเทศ และต้องการหารายได้เสริมไปด้วยในเวลาเดียวกัน เพราะนอกจากการหารายได้เสริมนั้นน้องๆจะได้รับรายได้เพิ่มแล้วนั้น ยังได้มีโอกาสเรียนรู้ประสบการณ์จากการทำงานอีกด้วย และมากไปกว่านั้นการที่ได้ทำงานในต่างประเทศนั้น น้องๆยังได้ฝึกภาษาในชีวิตประจำวันจากนอกห้องเรียน พบปะเพื่อนใหม่ๆที่เป็นชาวต่างชาติ

สำหรับน้องๆที่ลงเรียนภาษาอังกฤษที่ประเทศออสเตรเลียขั้นต่ำ 14 สัปดาห์ขี้นไปสามารถขอวีซ่านัักเรียนไปเรียนที่ ประเทศ ออสเตรเลีย โดยระหว่างเรียนภาษาอังกฤษ นักเรียนสามารถหางานทำได้ตามอัธยาศัย โดยจำนวนชั่วโมง ที่สามารถทำงาน ได้อย่างถูกกฎหมายคือ 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยปกติเเล้วน้องๆจะหางานทำกันได้ไม่ยาก เพราะออสเตรเลีย (โดยเฉพาะซิดนี่ย์และเมลเบิร์น) มีตำแหน่งงานเปิดรับอยู่เรื่อยๆ ส่วนมากเเล้วจะเป็นงานด้านบริการเช่นงานในร้านอาหาร งานต้อนรับลูกค้า และงาน นวด ขึ้นอยู่กับทักษะด้านภาษาและความถนัดในการทำงาน ค่าแรงขั้นต่ำที่ออสเตรเลีย อยู่ที่ประมาณ $10 (ประมาณ 270-280 บาท) ต่อชั่วโมง (หรืออยู่ที่การต่อรองกับนายจ้าง)

สำหรับที่ประเทศนิวซีแลนด์นักเรียนสามารถทำงานได้อย่างถูกต้องตามกฏหมายมากถึง 20 ชม./สัปดาห์ เป็น 1 ในข้ออนุญาตของวีซ่านักเรียน เมื่อลงเรียนภาษา 14 สัปดาห์ขึ้นไป ซึ่งกฏหมายนี้ได้เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม 2014 และสำหรับนักเรียนคนไหนที่ลงเรียนในระดับ Diploma ก็จะได้ work Permit ฟรีๆ อีก 1 ปี

สิ่งที่จะได้จากโครงการนี้

  • สอบวัดระดับภาษาอังกฤษก่อนเข้าร่วมโครงการฟรี !!!!
  • แนะนำวีธีการทำ CV และ interview skill ฟรี!!!
  • เรียนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนชั้นนำในประเทศออสเตรเลีย และ นิวซีแลนด์ 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
  • โอกาสทำงาน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
  • ท่องเที่ยวพร้อมเจอเพื่อน จากหลากหลายประเทศทั่วโลก
  • ใบประกาศนียบัตรเข้าร่วมโครงการและ Certificate จากโรงเรียนสอนภาษา
  • ระยะเวลาโครงการ - 7 เดือน เริ่มเดินทางได้ทุกๆวันจันทร์

ต่อที่ 1 รับส่วนลดจากโรงเรียนสอนภาษาชั้นนำเมื่อสมัครเรียนตั้งแต่ 24 สัปดาห์ขึ้นไป เริ่มต้นเพียงแค่ 179,000 บาท!!

  • ค่าสมัคร
  • ค่าเรียน
  • วีซ่า
  • หนังสือ
  • ประกัน

ต่อที่ 2 ส่วนลดจาก IEC Abroad มูลค่า 3000 บาท สำหรับเด็กจบใหม่

เรียนไปทำงานไปที่ออสเตรเลีย

น้องๆที่ลงเรียนภาษาอังกฤษที่ประเทศออสเตรเลียขั้นต่ำ 14 สัปดาห์ขี้นไปสามารถขอวีซ่านัักเรียนไปเรียนที่ ประเทศ ออสเตรเลีย โดยระหว่างเรียนภาษาอังกฤษ นักเรียนสามารถหางานทำได้ตามอัธยาศัย โดยจำนวนชั่วโมง ที่สามารถทำงาน ได้อย่างถูกกฎหมายคือ 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยปกติเเล้วน้องๆจะหางานทำกันได้ไม่ยาก เพราะออสเตรเลีย (โดยเฉพาะซิดนี่ย์และเมลเบิร์น) มีตำแหน่งงานเปิดรับอยู่เรื่อยๆ ส่วนมากเเล้วจะเป็นงานด้านบริการเช่นงานในร้านอาหาร งานต้อนรับลูกค้า และงาน นวด ขึ้นอยู่กับทักษะด้านภาษาและความถนัดในการทำงาน ค่าแรงขั้นต่ำที่ออสเตรเลีย อยู่ที่ประมาณ $10 (ประมาณ 270-280 บาท) ต่อชั่วโมง (หรืออยู่ที่การต่อรองกับนายจ้าง)

เรียนไปทำงานไปที่ต่างประเทศ

เรียนต่อออสเตรเลีย

Brisbane

  

เป็นเมืองหลวงและเมืองที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดของรัฐควีนส์แลนด์ อีกทั้งเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่อันดับที่ 3 ของประเทศออสเตรเลีย ชื่อเมืองตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ เซอร์โทมัส บริสเบน (Sir Thomas Brisbane) บริสเบนเป็นเมืองที่อยู่ติดกับมหาสมุทรแปซิฟิก และมีแม่น้ำบริสเบน (Brisbane River) อีกทั้งยังได้รับขนานนามว่า Sunshine State เป็นรัฐที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อหลายแห่งเช่น Gold Coast และมีแนวปะการัง (Great Barrier Reef) ที่ยาวที่สุดในโลก โดย Brisbane อากาศคล้ายกับเมืองไทย มีท้องฟ้าที่แจ่มใส กลางวันที่อบอุ่น ส่วนกลางคืนจะเย็นสบายเหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบอากาศหนาวมาก มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงบริสเบนเป็นประตูสู่แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดของรัฐควีนส์แลนด์ ได้แก่ The Great Barrier Reef และ Fraser Island ที่ติดอันดับมรดกโลกด้วย และค่าครองชีพต่ำกว่าที่ซิดนีย์ และ เมลเบิร์น

Melbourne

  

เมลเบิร์นเป็นเมืองหลวงของรัฐวิกตอเรีย ตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำยาร์ร่า เมืองนี้ได้รับขนานนามว่า “Garden city” เนื่องจากเป็นเมืองที่มีสวนสาธารณะมากมาย ในช่วงเช้าจะมีผู้คนนิยมมาออกกำลังกาย เมลเบิร์นเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศออสเตรเลียตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ เป็นเมืองที่น่าอยู่มากที่สุดเมืองหนึ่งของโลก เนื่องจากความปลอดภัย ค่า ครองชีพที่ค่อนข้างต่ำนอกจากนี้ยังเป็นเมืองที่สะอาดสวยงาม บรรยากาศของ Melbourne จะสงบกว่า ไม่วุ่นวายเหมือน Sydney  เป็นเมืองที่มีความเจริญเติบโตสูง จึงมีงานพิเศษให้เลือกทำมากมาย และรายได้ดี เมลเบิร์น ในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงเก่าของ ประเทศออสเตรเลีย ก่อนที่ปี 1927 ทางรัฐบาลออสเตรเลียจะแต่งตั้ง กรุงแคนเบอร์ร่า (Canberra) เป็นเมืองหลวงแทน การเดินทางไปที่นี่ก็จะใช้เวลาบินประมาณ 8 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งถือว่าไม่ใกล้หรือไกลเกินไปและเวลาเร็วกว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมง

Sydney

  

เป็นเมืองที่คนไทยนิยมไปเรียนต่อมากที่สุดในออสเตรเลีย  และศูนย์กลางทางการเงินของออสเตรเลีย เป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญและได้รับการยกย่องเป็นเมืองหนึ่งที่สวยและน่าอยู่ที่สุดในโลก ซิดนีย์ เป็นเมืองหลวงของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย มีประชากรมากว่า 4 ล้านคนและเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในออสเตรเลีย ซิดนีย์ถูกรู้จักในออสเตรเลียว่าเป็นเมืองอ่าว และมีสิ่งก่อสร้างที่เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของเมือง ได้แก่ โรงอุปรากรซิดนีย์ (Sydney Opera House) และ สะพานซิดนีย์ฮาเบอร์(Sydney Harbour Bridge) โดยที่ซิดนีย์ เป็นเมืองใหญ่ที่มี Thai Town ชุมชนคนไทยคนไทยจะมารวมกันที่นี่ทำให้มีร้านอาหารไทยอยู่มาก ทำให้หางานได้ง่ายกว่าเมืองอื่น  ที่พักหาง่าย เดินทางสะดวก และเป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม (Multi – culture) มีประชากรหลากหลายเชื้อชาติ ทำให้สามารถเรียนรู้ แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และมีโอกาสได้เพื่อนใหม่ตลอดเวลา

Gold Coast

 

โกลด์โคสต์เป็นเมืองขนาดใหญ่อยู่ทางทิศใต้ของเมืองบริสเบนบริเวณมุมทางตอนใต้ของรัฐควีนส์แลนด์ โกลด์โคสต์มีชายหาดที่สวยงามและได้รับการกล่าวขานว่าเป็นสวรรค์ของนักโต้คลื่น (Surfers Paradise) ที่นี่เป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมมานานกว่า 100 ปีและยังคงมีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวผู้ชื่นชอบแสงแดด ชายหาดและวิถีชีวิตผู้คนที่มีสีสันให้เข้ามาเที่ยวชมอย่างต่อเนื่องเป็นจำนวนมากทั้งจากผู้คนในประเทศและทั่วโลก  โกลด์โคสต์ได้ชื่อว่าสวรรค์ของนักโต้คลื่น (Surfers Paradise) เป็นที่ตั้งของโรงแรมชั้นนำ แหล่งช้อปปิ้ง สถานบันเทิงยามค่ำคืนและสถานที่น่าสนใจสำหรับทุกคนในครอบครัว โกลด์โคสต์มีชายหาดที่สวยงามมากกว่า 20 แห่งที่เหมาะสำหรับการโต้คลื่น อาทิ โกลด์โคสต์ (Gold Coast) ปาล์มบีช (Palm Beach) คูลังกัตตา (Coolangatta) และบรอดบีช (Broadbeach) ซึ่งเป็นชาดหาดเหล่านี้มีความสวยงามโดดเด่นมากที่สุดและเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับกิจกรรมทางน้ำจำนวนมาก 

Perth

เป็นเมืองหลวงของรัฐ “Western Australia” ซึ่งเป็นรัฐที่ใหญ่ที่สุด Perth มักถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ดินแดนในฝัน และด้วยเหตุผลนี้ ทำได้ Perth ถูกยกย่องให้เป็นดินแดนของชาวต่างชาติทั่วโลก ที่เดินทางมาเพื่อแสวงหาความก้ามหน้าทางด้านภาษา ที่สำคัญคือค่าครองชีพต่ำกว่าที่ซิดนีย์หรือเมลเบิร์น อีกทั้งยังเป็นเมือง สภาพอากาศแจ่มใส สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ทั้งปี มีความปลอดภัย และความสะอาด ท่ามกลางการผสมผสานของผู้คนที่มาจากหลายวัฒนธรรม เชื้อชาติ และภาษา  ด้วยพลเมือง 1 ล้าน 4 แสนคน Perth ยังคงมีความเป็นอยู่เรียบง่าย เงียบสงบ และผู้คนต่างก็เป็นมิตรซึ่งกันและกันเหมาะสมและคุ้มค่าที่สุดสำหรับนักเรียนผู้มีงบประมาณจำกัด เมืองนี้มีเสน่ห์ ที่นักเรียนสามารถประสบความสำเร็จทางการศึกษา ด้วยบรรยากาศอันแสนสบาย

Darwin

เมืองแห่งกิจกรรมผจญภัยเอ้าท์ดอร์และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ดาร์วินนับเป็นสวรรค์ของ นักผจญภัย เพราะนอกจากจะมีท่าเรืออันเก่าแก่ที่สวยงามที่เต็มไปด้วยเรื่องราวตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้ว ยังมีไลฟ์สไตล์แบบทรอปิคัลที่น่าสนใจ ทั้งวัฒนธรรม และแรงบัลดาลใจจากขุมทรัพย์ทางธรรมชาติ ที่นี่คุณสามารถทำกิจกรรมได้ทุกอย่างตามชอบ ไม่ว่าจะเป็นการตกปลาที่แมรี่ ริเวอร์ เวทแลนด์ (Mary River Wetlands) หรือล่องเรือ และตื่นตะลึงไปกับน้ำตกและแอ่งน้ำขนาดใหญ่ หรือขับรถโฟร์วีลเพื่อชื่มชมวิวทิวทัศน์ของพฤกษชาติที่สวยงามที่สุดในโลก อีกทั้งเดินท่องในอุทยานแห่งชาติลิชฟิลด์ (Litchfield National Park) และรับประทานอาหารอย่างราชาที่ฮานูมัน (Hanuman) พีวีส์ (Pee Wee’s) ชาร์ เรสเตอรองค์ (Char Restaurant) และอิล ลิโด้ วอเตอร์ฟร้อนท์ คิทเช่น (Il Lido Waterfront Kitchen

โรงเรียนแนะนำในออสเตรเลีย

  • Embassy English
  • Impact English
  • ILSC Education Group
  • INUS Education
  • Green English College
  • Explore English
  • Langports English Language College
  • Academia International 
  • ELSIS English Language Schools
  • Navitas English

เรียนไปทำงานไปที่นิวซีแลนด์

ที่ประเทศนิวซีแลนด์นักเรียนสามารถทำงานได้อย่างถูกต้องตามกฏหมายมากถึง 20 ชม./สัปดาห์ เป็น 1 ในข้ออนุญาตของวีซ่านักเรียน เมื่อลงเรียนภาษา 14 สัปดาห์ขึ้นไป ซึ่งกฏหมายนี้ได้เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม 2014 และสำหรับนักเรียนคนไหนที่ลงเรียนในระดับ Diploma ก็จะได้ work Permit ฟรีๆ อีก 1 ปี 

เรียนต่อนิวซีเเลนด์

Auckland

เป็นเมืองแห่งการล่องเรือใบ วัฒนธรรม และทิวทัศน์ โอ๊คแลนด์ เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของนิวซีแลนด์ อีกทั้งยังเป็นทางที่จะนำไปสู่สถานที่อื่นๆ ของประเทศ ทำให้ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวกว่า 70% จากจำนวนทั้งหมด ด้วยมีวัฒนธรรมที่หลากหลายอันเกิดจากการผสมผสานของผู้คนหลายเชื้อชาติ ที่นี่จึงเปี่ยมไปด้วยความีชีวิตชีวาและเต็มไปด้วยวัฒนธรรม อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี่ งานเทศกาล และกิจกรรมการเฉลิมฉลองอีกมากมาย ซึ่งมี่คนไทยจำนวนไม่น้อยเลือกที่จะไปเรียนที่เมืองนี้

Christchurch

เมืองที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในเกาะใต้  ได้ชื่อว่าเป็น "Garden City of the World และใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศนิวซีแลนด์ รองจากเมืองอ๊อคแลนด์ และเวลลิงตัน เมืองนี้เป็นเมืองที่มากไปด้วยสถาปัตยกรรมและบรรยากาศสไตล์อังกฤษ มีพลเมืองอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นเป็นลำดับสามของประเทศ ทั้งยังครองตำแหน่งที่ตั้งของถนนสายหลักถึงสามส่วนอันจะนำไปสู่ทางใต้ของชายฝั่งตะวันออก ซึ่งนับเป็นประตูที่จะนำไปสู่เมืองอื่นๆของเกาะได้อย่างสะดวกสบาย ทางทิศตะวันออกของเมืองยังอยู่ติดกับที่ราบแคนเทอเบอรี่ (Canterbury Plains) และมีเมืองท่าบริวารอย่าง ลิทเทลตัน (Lyttelton) ที่อยู่ตรงข้ามของพอร์ตฮิลส์ (Port Hills) ซึ่งเป็นสถานที่ที่เรือสำราญจะจอดรับ-ส่งผู้โดยสารที่มาล่องเรือเล่น

โรงเรียนแนะนำในนิวซีแลนด์

  • Embassy English
  • LSI
  • CCEL
  • Aspire 2
  • Kaplan International School
  • AEI Alpha International Institue

ประสบการณ์ต่างเเดน เเละความประทับใจจากน้องๆ IEC Abroad

  • น้องชมพู่ ( นางสาวณิชกมล วงษ์รอด )
  • จบปริญญาตรี จาก คณะนิติศาสตร์ สาขา การค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัย หอการค้าไทย
  • เรียนภาษาที่ Greenwich English Collage, Melbourne (Australia)

ประสบการณ์ที่ได้ในครั้งนั้น

เราเป็นคนชอบการท่องเที่ยวมาก และชอบหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในต่างแดน ชอบที่จะเรียนรู้ในวัฒนธรรมต่างๆ หลังเรียนจบก็อยากจะไปต่างประเทศเลย แต่ตอนนั้นยังเด็กที่บ้านไม่ค่อยเห็นด้วย จากนั้นก็เก็บข้อมูลและถามจากพี่ๆเพื่อนๆ ที่เคยไปเรียนต่างประเทศ เราจึงรวบรวมข้อมูลและเอากลับมานั่งคิด และเลือกสิ่งที่เราชอบแหละเหมาะกับตัวเรา ซึ่งตอนนั้นก็ทำงานไปด้วย และก็ได้ไปงานศึกษาต่อต่างประเทศ จึงได้ไปเจอกับพี่ๆ IEC Aboard ซึ่งก็สนิทกับพี่ๆ เค้าเร็วมาก และก็ได้คำแนะนำ การช่วยเหลืออย่างดีมาโดยตลอด หลังจากที่เราทำงานได้ 1 ปี เราจึงขอที่บ้านอีกครั้ง ซึ่งทางบ้าน said yes เราจึงตัดสินใจลาออกจากงาน และมาทำงานกับทาง IEC Aboard ชั่วคราว เพื่อเป็นการเรียนรู้การไปใช้ชีวิตที่นั่นอย่างจริงจัง จนในที่สุดวันที่เราฝันไว้ก็มาถึง วันที่พี่ๆ IEC Aboard โทรมาบอกว่า “ วีซ่าผ่านแล้วนะคะน้องชมพู่” โอ้ยยยตอนนนั้นดีใจมาก ทำไรอะไรไม่ถูกเลย แต่น้ำตาไหลพราก  55555 ดีใจอ่ะ คือความฝันเป็นจริงแล้ว จากนั้นก็เตรียมตัว หางาน หาที่พัก ซื้อของ เพื่อนก็เลี้ยงส่งให้ ตอนนั้นก็คิดว่าจะต้องอยู่รอด และต้องเรียนให้จบคอร์สนะ ต้องอดทนแบบอดทนมากๆ เพราะอยู่ไกลบ้าน

พอเราพาตัวเองไปถึงออสเตรเลีย ความรู้สึกแรกตอนเครื่อง Landing ที่สนามบิน Tullamarine ชีวิตเรามันต้องสนุกแน่ๆ สู้โว้ย!! เราทำได้อยู่แล้ว และการใช้ชีวิตของณิชกมลก็เริ่มขึ้น เราไปก่อนโรงเรียนเปิด 1 สัปดาห์ เพื่อที่จะไปปรับตัวในเรื่องของอากาศและเวลาที่ห่างจากไทยประมาณ 3 ชั่วโมง อากาศที่นั่นดีมาก เราไปตอนฤดูหนาวพอดี โชคดีมากได้ไปสัมผัสความหนาว เวลาหางานเด็กไทยจะหางานกันใน aussietrip เป็น web ที่เด็กไทยที่จะไปออสต้องรู้จักไว้นะคะ จากนั้นเราก็ได้งานที่ร้านอาหารไทย ในวันที่ 3 หลังจากที่เดินทางไปถึง OMG รวดเร็วทันใจมากค่ะ เราได้งานเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านหญิงไทย ซึ่งแน่นอนว่าเป็นร้านอาหารไทยค่ะ ทดลองงาน 1 สัปดาห์ ก็ได้เป็นพนักงานเสิร์ฟเต็มตัว ชีวิตในแต่ละวัน ก็เรียน 4 วัน/สัปดาห์ ทำงาน 6-7 วัน เราทำงานหลังเลิกเรียน โรงเรียนดี อาจารย์ดี เพื่อนดี มีชัยไปกว่าครึ่งนะ โรงเรียนก็จะพาไปทำกิจกรรมทุกๆ สัปดาห์ พาไปปิกนิก ในสวนสาธารณะ ทำบาบีคิวกินกัน นั่งรถไฟออกไปนอกเมืองดูธรรมชาติ และวิถีชีวิตผู้คน ช่วงแรกๆ ก็ไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ ในเมลเบิร์น การเดินทางที่นี่ง่ายมากค่ะ มีทั้ง รถไฟ รถราง (Tram) แท็กซี่ ซึ่งคนส่วนใหญ่จะใช้ Tram ค่ะ เพราะว่าถ้าเดินทางภายใน CBD หรือเขตในเมืองจะนั่งฟรี ไม่ต้องเสียค่าโดยสาร แต่ถ้าจะไปนอกเมืองก็แสนง่าย แค่มีบัตร myki card ซึ่งสามารถซื้อได้ตามสถานีต่างๆ และ 7-11 ค่าโดยสารก็จะคิดเฉลี่ยต่อวันค่ะ ถ้าออกไปนอกเมืองไม่เกิน 3 ชั่วโมง เราก็จะได้ราคาไปกลับถูกหน่อย แต่ถ้าออกไปนานๆ ก็จะเป็นอีกราคาค่ะ แต่ก็ไม่ต่างกันมากเท่าไหร่ เอาเป็นว่าสะดวกมาก สำหรับใครที่ต้องใช้รถไฟออกไปทำงานนอกเมืองค่ะ การใช้ชีวิตของเราในแต่ละวันที่นั่นก็อาจจะว่าวนลูปก็ได้ค่ะ เพราะมีแต่เรียน ทำงาน ไปเที่ยวบางสัปดาห์ ซึ่งเราก็ต้องเก็บตังด้วย และก็มีส่งให้ที่บ้านทุกๆ เดือน

ช่วงที่เรียนอย่างหนักเพื่อที่จะสอบเลื่อนชั้นมันเป็นอะไรที่เหนื่อยมาก เราต้องกลับมาอ่านหนังสือทุกวันหลังจากเลิกงาน ซึ่งเราเลิกงานดึกกว่าจะได้นอนก็ ตี 1-2 ซึ่งเป็นช่วงวัดใจเลยก็ได้ เพราะผ่านจุดนั้นมาได้มันเป็นอะไรที่ภูมิใจจริงๆ เราสามารถสู้กับตัวเองได้ สุดท้ายเราก็ได้เลื่อนชั้น และเรียนจบมาใน Level Intermedia ซึ่งสำหรับการเรียนคอร์สสั้นๆ ในระยะเวลาแค่ 6 เดือน พร้อมกับทำงานไปด้วยนั้น ถือว่าทำเต็มที่และเก่งมากแล้วค่ะ ถ้ามีโอกาสก็อยากจะกลับไปอีก ออสเตรเลียเป็นเมืองน่ารักและรักสงบ สภาแวดล้อมสะอาดและปลอดภัยมาก ผู้คนก็เป็นมิตรและยิ้มแย้มแจ่มใส่กันมากค่ะ

สำหรับความประทับใจที่มีต่อพี่ๆ IEC Aboard คือจะบอกว่าเลือกเอเจนซี่ดี แล้วชีวิตต่างแดนก็จะดีเอง คือมันดีจริงๆ โชคดีมาก ที่ได้รู้จักกับเอเจนซี่นี้ บริหารดี ใส่ใจดูแลถึงที่เลยค่ะ ตั้งแต่การเลือกเมือง เลือกคอร์สเรียนภาษา การเตรียมเอกสาร การขอวีซ่า และจนถึงวันเดินทาง หลังจากที่เราไปใช้วิตที่นั่นสักพัก พี่ๆ ก็เดินทางมาเยี่ยมน้องๆ ถึงเมลเบิร์นกันเลยทีเดียว น้องๆ ฝากซื้อของจากไทยกันเยอะมาก แต่พี่ๆ ก็ยินดีและใจดีค่ะ ขนของมาให้น้องๆ ครบตามที่ต้องการเลยค่ะ เอาเป็นว่าประทับใจมาก ไม่ได้รู้สึกว่าเหงาหรือเคว้งคว้างที่ต้องไปอยู่ต่างแดนเลยค่ะ ก็อยากจะฝากถึงพี่ๆ ทุกคน ว่าขอบคุณมากสำหรับการบริการ การอำนวยความสะดวก และการช่วยเหลือที่ยิ่งกว่าเอเจนซี่ทั่วไปจะทำให้ ขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆ ที่มอบให้น้องๆ นะคะ

Ying ( Yonravee Namvongsa )

จบ Khon Kaen University

เรียน Explore English 

หลังจากที่ตัดสินใจลาออกจากงานเพื่อมาลองใช้ชีวิตใหม่ๆที่ต่างประเทศ หญิงก็เลยเลือกที่จะมาเมลเบิร์นเพื่อลองหาประสบการณ์ใหม่ๆให้ตัวเอง จากนั้นจึงเริ่มติดต่อหาเอเจนซี่ ตอนแรกที่ทำการตัดสินใจเลือกเอเจนซี่นี้เพราะเจอทาง Facebook ค่ะ

ก็เลยลองติดต่อพี่ๆดูปรากฏว่าพี่ๆตอบข้อมูลไวมากกกกก ทำให้เรารู้สึกประทับใจก็เลยลองมาคุยรายละเอียดกับพี่ๆที่สำนักงานดู การทำงานของพี่ๆก็เป็นขั้นตอนตั้งแต่เรื่องการเตรียมหลักฐานการเงินต่างๆ เพราะตอนนั้นเราก็ทำงานแล้วด้วยการเตรียมเอกสารต่างๆก็ยาก

แต่พี่ๆก็คอยอธิบายว่าต้องเตรียมข้อมูลอะไรแบบไหน ยังไงบ้าง เพราะเราก็อยู่ต่างจังหวัดด้วย การเข้ามากรุงเทพบ่อยๆก็คงเป็นไปไม่ได้ การติดต่อส่วนใหญ่คือ E-Mail และ Line ก็ทำให้ง่ายมากขึ้น

พอเอกสารทุกอย่างพร้อมก็มีนัดเข้ามาคุยเรื่องรายละเอียดของการมาใช้ชีวิตอยู่ที่เมลเบิร์น การใช้ชีวิตที่นี้ การเดินทางต่างๆ พี่ๆน่ารักมากก ตั้งแต่ต้นจนเดินทางมาถึงที่นี้ ทำให้รู้สึกว่ากำลังคุยกับพี่ที่สนิท มากกว่าคุยกับเอเจนซี่

การใช้ชีวิตที่นี้ก็ง่ายค่ะ เพราะการคมมาคมส่วนใหญ่ก็สะดวก ทั้งรถไฟ รถแทรม รถบัส แทบจะครอบคลุมเกือบทั้งเมืองทำให้เดินทางสะดวก ไม่ลำบาก อากาศก็สบายในช่วงมาแรกๆ แต่ตอนนี้ก็กำลังจะเข้าหน้าหนาวก็เลยอาจจะหนาวเป็นพิเศษ

ส่วนโรงเรียนก็โอเคค่ะ เพื่อนที่โรงเรียนก็น่ารัก อาจจะเพราะเป็นการมาเรียนภาษาแบบ General English ทำให้การเรียนจะเน้นการพูดในชีวิตประจำวันมากกว่าเลยดูไม่เครียด ทุกๆ 3 Week ก็จะมีการสอบใหญ่แล้วมาคุยผลสอบตัวต่อตัวกับทางอาจารย์เพื่อให้รู้ว่าเราควรพัฒนาเรื่องไหน ฟัง พูด อ่าน เขียน

ส่วนทุกๆ Week 10 ทางโรงเรียนก็จะมีจัดกิจกรรมให้เด็กนักเรียนออกไปทำกิจกรรมนอกโรงเรียนเพื่อพัฒนาภาษาตามใบงานที่อาจารย์ให้ไป ซึ่งตอนนี้รู้สึกว่าการเขียนของตัวเองดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก เพราะอาจจะชินกับการเคยเขียนแบบผิดๆถูกๆมาตลอด พอมาเรียนต้องเขียนทุกวัน แข่งกับเวลาด้วยทำให้เราเขียนบ่อยๆก็จะจำได้ว่าคำนี้เขียนผิดอีกแล้วนะ ต้องแก้ซ้ำๆจนมันจำได้ไปเอง บางทีไปร้านอาหารก็ต้องกล้าที่จะเข้าไปสั่งของเพราะเราหิว เราก็ต้องกิน อยากกินเราก็ต้องสั่ง พูดบ่อยๆเราก็จะชินสำเนียงไปเอง

ส่วนใครที่กลัวว่าจะคิดถึงอาหารไทย คือไม่เลยยยยเพราะที่นี้ร้านอาหารไทยเยอะมาก ผักหรือผลไม้มาจากไทยก็เยอะ สุดท้ายนี้ก็ต้องขอบคุณพี่ๆ IEC มาๆที่ให้คำแนะนำตลอดจนมาถึงที่นี้

ประสบการณ์เรียนไปทำงานไปที่ต่างประเทศ click!!

      

สนใจโปรโมชั่นนี้

โปรโมชั่น อื่นๆ